วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นิยาย สุดสับสน รักคนอย่างมึง

สุดสับสนรักคนอย่างมึง

อารัมบท

"ตกลงมึงจะเอาไงกะพี่ต้นวะ?" เสียงไอ้เอ้หันมาถามผมที่กำลังนอนก่ายขาอ่านการ์ตูนตากพัดลมอย่างสบายใจเฉิบ
"แล้วพี่ต่ายเค้าหล่อมั้ยอ้ะมึง?" ผมถามกลับโดยที่สายตายังไม่ละไปจากหน้ากระดาษสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นฉึ่งๆของหน้ากระดาษเก่าๆ
"ก็หล่อนะมึง"หลังจากที่ได้ยินคำตอบมัน ผมลดหนยังสือเล่มเล็กในมือลง กรอกตามองเพดานครู่นึง
"งั้นเสาร์นี้กูไปกะมึงก็ได้" ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าหน้ามันคงยิ้มจนแก้มบานแน่ๆ เหอะ ไอ้เอ้น้าไอ้เอ้

"เออๆ มึงอย่าลืมบอกให้เค้าแต่งตัวคนละสีละมึง เดี๋ยวกูแยกไม่ออก"
"โธ่ ข้อนั้นมึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมึงเจอพวกพี่เค้าปราดเดียวก็รู้ใครเป็นใคร"มันพูดแล้วพยักคิ้วแผลบให้ โหยย มึงไปฝึกทำมาจากไหนวะ กวนตีนกูได้ใจจริงว่ะ
"ห่า กูไม่ใช่คู่แท้ปาฏิหาริย์แบบมึงกะพี่ต่ายนะเว้ยย จะได้แยกแฝดฝาเดียวกันออกเป๊ะๆน่ะ"
"เหอะๆ กัดกูอีกนะไอ้ห่า เออน่า มึงแค่จำไว้ว่า พี่ต่ายเค้าชอบแบบสบายๆ แต่พี่ต้นเค้าออกแนว ร็อกพั้งค์ก็เท่านั้น"

---------------------------------------------------------------------------

"ไอ้ต่าย น้องอั้มตกลงเค้าจะมามั้ยวะ เสาร์นี้น่ะ?" คนหัวน้ำเงินที่นั่งเกากีตาร์อยู่ที่มุมห้องเอ่ยถามออกมาในที่สุด หลังจากที่นั่งทนเงียบมานาน
"มาๆ เนี้ย เอ้เพิ่งโทรมาบอกพอดีเลย" คนหัวดำที่นั่งอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่ที่โต๊ะหนังสือหันมามองคนถามแบบยิ้มๆ
"เหรอ" คนหัวน้ำเงินครางรับรู้อย่างยินดี ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉายอยู่บนใบหน้า
"หึหึ มึงนี่ท่าจะเป็นเอามากนะ เอาจริงเหรอวะ?" ปากรูปกระจับถูกยกขึ้ยยิ้มข้างวหยึ่งเมื่อได้เห็นสีหน้าของคนหัวน้ำเงินผู้เป็นน้องชาย
"เออดิ่ คนนี้อ่ะ ไม่ได้มีร้องให้น้ำตาท่วมห้องแหงเลยว่ะ" สายตาจริงจังที่ถูกส่งมาจากน้องชายทำเอาเรียวคิ้วของผู้เป็นพี่ขมวดเข้าหากัน
"อะไรวะ เจอกันแค่แว่บเดียว แถมครั้งเดียวเองเนยี่ยนะ กะจะแทงแล้วทิ้งอีกก็บอกมาเหอะ กูไม่ว่าไรหรอก" คำพูดของผู้เป็นพี่ทำเอาน้องชายมุ่ยหน้าลงทันที กีตาร์โปร่งยี้ห้อดังถูกวางกระแทกลงบนแท่นวาง ใบหน้าคมฉายแววไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"มึงรู้จักรักแรกพบกับพรหมลิขิตป้ะ? ถึงมันจะฟังดูงี่เง่ากด็เหอะ มึงไม่เจอ ก็ไม่รู้หรกว่ากูรู้สึกยังไง" เสียงนุ่มของน้องชายที่เกือบจะก็อปตนออกมาเป๊ะๆพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะกระแทกประตูปิดแล้วเดินกระแทกเท้าลงส้นตึงๆไปที่ห้องตนทันที ปล่อยให้คนหัวดำผู้เป็นพี่ เลิ่กคิ้วสงสัยในสิ่งที่น้องชายพูดทิ้งค้างไว้
"จริงง่ะ?" คำถามที่ไม่รู้ว่าถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรเอ่ยขึ้นมาลอยๆจากคนหัวดำที่นั่งนิ่วหน้าขบคิด แต่แลวไม่นานนัก ร่างสูงของคนหัวดำก็เลิกที่จะคิดแล้วหันไปล้มตัวลงนอน แล้วหลับลงอย่างรวดเร็วในคืนนี้ โดยที่ความคิดของน้องชายยังคงติดอยู่ในหัวอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
-----------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น: