วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

กูเกลียดการถูกบังคับที่สุด!!!

ถุยๆๆๆๆๆๆๆ

เกลียดมากมาก เกลียดมากยิ่งกว่าอะไร ทำไมกูต้อมานั่งทนด้วยวะ!
แค่กูไปทำงาน แค่ทำงาน ไม่ได้ทำตอนกลางคืน ทำตอนกลางวัน งานง่านแสนง่าย แค่นั้น
ไม่มีเหตุผล
หรือไม่อยากบอกเพราะรู้ว่ามันงี่เง่า

ห่วงเหรอ? เกลียดคำนี้มากจากที่ไม่เคยเกลียด เมื่อก่อนก็แค่อึกอัดจากคำนี้
แต่นอนนี้ เกลียดมันเข้าใส้ อย่ามาพูดว่าเพราะห่วง
เพราะนั่น เพราะนี่

ที่ไม่ให้ทำ เพราะห่วงแน่เหรอ?


หรือเพราะกลัวว่าจะหนีไป กลัวถูกทิ้ง???


มันน่าหัวเราะ หัวเราะออกมาให้ดัง ด้วยความน่า ... จะอะไรก็ช่าง แต่มันน่าหัวเราะจริงๆ



การออกไปอยู่ข้างนอก มันรทำให้มองเห็นบ้านดีขึ้น และห่วงหาอาธร แต่พอมาอยู่แล้ว มันไม่ใช่
กูเกลียดการล้อคำกูที่สุด!!!!

เออ ใช่! มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ ใช่ มันไม่ใช่



แล้วไง ถ้าให้ไปอยู่ในที่ๆที่มีแต่การบังคับ แล้ว พร่ำบอกว่า
ที่ห้ามเพราะห่วง
เพราะรักเลยห้าม รู้อะไรมั้ย
ขอไม่มีใคร ขออยู่คนเดียว ไม่ต้องมีใครห่วงเสียยังจะดีกว่า
มันอาจจะดูเหงามากมาก แต่ในความคิด มันก็ไม่อึกอัดจนไม่มีที่หายใจแบบนี้


ฉันขอเลือก แบบนั้นว่ะ!!!!!!!

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

กูเวอร์รี่ เกิดมาไม่เคยคิดว่ากูจะมานั่งเครียดเรื่องมหาลัยจะเรียนที่ไหนก็ได้ แต่ที่จริงไม่ใช่ มาถามอยู่ได้ว่าอยากเรียนอะไรตอบไปคร้งนึงไม่พอใจ มาถามซ้ำ ไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าเกลียดการพูดจาซ้ำซาก ไม่รู้เลยดิ่ ไม่รู้รึไม่สนใจ
กูติดเพื่อน ยอมรับในความน่าสมเพชของตัวเองตอนนี้ แต่ก็ไม่อยากจะทำเท่าไหร่หรอกเพื่อนก็มีน้อย ไม่ใช่คนรักครอบครัว รักเพื่อนมากกว่า บอกคำนี้ไปตรงๆ รับได้มั้ยล่ะ? รับไม่ได้ จะฟังทำไมรู้ว่าเสียใจแน่ถ้าได้ฟัง แล้วจะเค้นให้พูดทำไม
คนเรามันโรคจิต รู้ว่าถ้าได้ยินแล้วจะเสียใจ ก็ยังอยากจขะรู้ อย่าหลอกตัวเองว่ามันอาจจะพูโอนอื่น สิ่งแรกที่แว่บมาในสมองนั่นน่ะ คือความจริงที่แกรู้ แต่กลไกทางธรรมชขาติที่มีเอาไว้ป้องกันตัวจากจิตใต้สำนึกคนมันดีเกินไปทุกวันนี้ เลยเจอแต่คนหลอกตัวเองพอกูไม่หลอก ก็ด่า กูไม่สนใจก็ด่า ด่ามาตรงๆไม่เคยแคร์ แต่มากระทบกระเทียบ ขอเถอะ คนน่ะ ไม่ใช่พลาสติกทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ อย่าให้บ้าขึ้นมาก็แล้วกัน
อย่ามาบอกว่าเลี้ยงดูดีด้วยความรักขนาดนี้พูดจาแบบนี้ ไม่รู้หรอกว่ากูอยากถูกเลี้ยงดูด้วยเงินทองขนาดไหน

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นิยาย สุดสับสน รักคนอย่างมึง

สุดสับสนรักคนอย่างมึง

อารัมบท

"ตกลงมึงจะเอาไงกะพี่ต้นวะ?" เสียงไอ้เอ้หันมาถามผมที่กำลังนอนก่ายขาอ่านการ์ตูนตากพัดลมอย่างสบายใจเฉิบ
"แล้วพี่ต่ายเค้าหล่อมั้ยอ้ะมึง?" ผมถามกลับโดยที่สายตายังไม่ละไปจากหน้ากระดาษสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นฉึ่งๆของหน้ากระดาษเก่าๆ
"ก็หล่อนะมึง"หลังจากที่ได้ยินคำตอบมัน ผมลดหนยังสือเล่มเล็กในมือลง กรอกตามองเพดานครู่นึง
"งั้นเสาร์นี้กูไปกะมึงก็ได้" ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าหน้ามันคงยิ้มจนแก้มบานแน่ๆ เหอะ ไอ้เอ้น้าไอ้เอ้

"เออๆ มึงอย่าลืมบอกให้เค้าแต่งตัวคนละสีละมึง เดี๋ยวกูแยกไม่ออก"
"โธ่ ข้อนั้นมึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมึงเจอพวกพี่เค้าปราดเดียวก็รู้ใครเป็นใคร"มันพูดแล้วพยักคิ้วแผลบให้ โหยย มึงไปฝึกทำมาจากไหนวะ กวนตีนกูได้ใจจริงว่ะ
"ห่า กูไม่ใช่คู่แท้ปาฏิหาริย์แบบมึงกะพี่ต่ายนะเว้ยย จะได้แยกแฝดฝาเดียวกันออกเป๊ะๆน่ะ"
"เหอะๆ กัดกูอีกนะไอ้ห่า เออน่า มึงแค่จำไว้ว่า พี่ต่ายเค้าชอบแบบสบายๆ แต่พี่ต้นเค้าออกแนว ร็อกพั้งค์ก็เท่านั้น"

---------------------------------------------------------------------------

"ไอ้ต่าย น้องอั้มตกลงเค้าจะมามั้ยวะ เสาร์นี้น่ะ?" คนหัวน้ำเงินที่นั่งเกากีตาร์อยู่ที่มุมห้องเอ่ยถามออกมาในที่สุด หลังจากที่นั่งทนเงียบมานาน
"มาๆ เนี้ย เอ้เพิ่งโทรมาบอกพอดีเลย" คนหัวดำที่นั่งอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่ที่โต๊ะหนังสือหันมามองคนถามแบบยิ้มๆ
"เหรอ" คนหัวน้ำเงินครางรับรู้อย่างยินดี ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉายอยู่บนใบหน้า
"หึหึ มึงนี่ท่าจะเป็นเอามากนะ เอาจริงเหรอวะ?" ปากรูปกระจับถูกยกขึ้ยยิ้มข้างวหยึ่งเมื่อได้เห็นสีหน้าของคนหัวน้ำเงินผู้เป็นน้องชาย
"เออดิ่ คนนี้อ่ะ ไม่ได้มีร้องให้น้ำตาท่วมห้องแหงเลยว่ะ" สายตาจริงจังที่ถูกส่งมาจากน้องชายทำเอาเรียวคิ้วของผู้เป็นพี่ขมวดเข้าหากัน
"อะไรวะ เจอกันแค่แว่บเดียว แถมครั้งเดียวเองเนยี่ยนะ กะจะแทงแล้วทิ้งอีกก็บอกมาเหอะ กูไม่ว่าไรหรอก" คำพูดของผู้เป็นพี่ทำเอาน้องชายมุ่ยหน้าลงทันที กีตาร์โปร่งยี้ห้อดังถูกวางกระแทกลงบนแท่นวาง ใบหน้าคมฉายแววไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"มึงรู้จักรักแรกพบกับพรหมลิขิตป้ะ? ถึงมันจะฟังดูงี่เง่ากด็เหอะ มึงไม่เจอ ก็ไม่รู้หรกว่ากูรู้สึกยังไง" เสียงนุ่มของน้องชายที่เกือบจะก็อปตนออกมาเป๊ะๆพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะกระแทกประตูปิดแล้วเดินกระแทกเท้าลงส้นตึงๆไปที่ห้องตนทันที ปล่อยให้คนหัวดำผู้เป็นพี่ เลิ่กคิ้วสงสัยในสิ่งที่น้องชายพูดทิ้งค้างไว้
"จริงง่ะ?" คำถามที่ไม่รู้ว่าถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรเอ่ยขึ้นมาลอยๆจากคนหัวดำที่นั่งนิ่วหน้าขบคิด แต่แลวไม่นานนัก ร่างสูงของคนหัวดำก็เลิกที่จะคิดแล้วหันไปล้มตัวลงนอน แล้วหลับลงอย่างรวดเร็วในคืนนี้ โดยที่ความคิดของน้องชายยังคงติดอยู่ในหัวอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
-----------------------------------------

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

พยายาม

พยายาม
อย่าเพิ่งกร่นด่าสิ่งใด แต่จงใช้สายตามองดู ว่าทำแล้วหรือยัง
แล้วที่ทำ พยายามแล้วหรือยัง? ....
จงพยายาม